Black Ribbon Top Right


  
​​- กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งยกฐานะ “กรมทหารอากาศ” เป็น “กองทัพอากาศ” เมื่อวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๐ และให้ นายนาวาอากาศเอก พระเวชยันตรังสฤษฏ์ เป็น ผู้บัญชาการทหารอากาศคนแรกของ
กองทัพอากาศ และข้อมูลจากหนังสือ “แปดสิบปี กองทัพอากาศ” บันทึกไว้ว่า ปีพุทธศักราช ๒๔๗๘ - ๒๔๘๐ กองทัพอากาศได้จัดสร้างและจัดซื้อ เครื่องบินฝึก เครื่องบินขับไล่ เครื่องบินตรวจการณ์ และเครื่องบินทิ้งระเบิดเพื่อพัฒนากำลังทางอากาศ ทำให้มีเครื่องบินแบบต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น ๓๐๐ เครื่อง 


​- ในช่วงเวลานั้น กิจการนิรภัยการบินในกองทัพอากาศยังไม่มีความเด่นชัด (อาจเป็นเพราะวิทยาการด้านนิรภัยการบินในยุคนั้นยังไม่มีองค์กรสากลที่รับผิดชอบหรือมีกฎระเบียบที่ชัดเจน และยังไม่มีความแพร่หลาย)
​- งานนิรภัยการบินเป็นเพียงภารกิจที่แฝงไว้ในกองยุทธการ กองบินยุทธการ
​- ในส่วนของกองบินน้อย ยังไม่มีหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานนิรภัยการบิน

ปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ ถึง ปีพุทธศักราช ๒๕๐๔
- กองทัพอากาศส่งเจ้าหน้าที่ไปดูงานตามฐานทัพอากาศสหรัฐอเมริกา พบว่าในโครงสร้างของกองทัพอากาศอเมริกา มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจกรรมนิรภัยการบินควบคู่ไปกับการปฏิบัติภารกิจด้านยุทธการ เพื่อให้ภารกิจสำเร็จและเกิดความสูญเสียน้อยที่สุด
- ต่อมา กองทัพอากาศได้นำแนวคิดดังกล่าวมาตั้งโรงเรียนนิรภัยการบิน โดยยังคงอยู่ในความรับผิดชอบของกองยุทธการ กองบินยุทธการ ที่ตึกศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ (ตั้งอยู่ที่กรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศปัจจุบัน) โดยหลักสูตรนี้มีระยะเวลาในการศึกษาประมาณ ๔ เดือน และใช้คณาจารย์ส่วนใหญ่ที่จบจากสหรัฐอเมริกา ส่วนวิชาด้านการบินได้เชิญนักบินจากฝูงบินต่าง ๆ มาบรรยาย
- หลังจากนั้น กองทัพอากาศได้เริ่มส่งนายทหารนักเรียนที่สอบได้ที่ ๑ ไปเรียนหลักสูตรนิรภัยที่สหรัฐอเมริกา โดยนำหลักการต่าง ๆ มาปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องการสอบสวน อากาศยานอุบัติเหตุ ซึ่งแต่เดิมยังขาดอุปกรณ์และเครื่องมือมาตรฐานที่ช่วยในการรวบรวมหลักฐาน รวมทั้ง เจ้าหน้าที่สอบสวนยังไม่มีประสบการณ์การทำงานในด้านนี้ ทำให้การสรุปผลการวิเคราะห์สาเหตุ และการแก้ไข (Corrective Action) ยังคงเป็นแบบง่าย ๆ ทำให้ไม่ครอบคลุมสาเหตุอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องมากนัก
ปีพุทธศักราช ๒๕๐๖
​- กองทัพอากาศได้ปรับโครงสร้างใหม่ โดยมีการจัดตั้งกองนิรภัยการบิน (อัตราเพื่อพลาง) ตามอัตรา ทอ.๐๖
ปีพุทธศักราช ๒๕๐๘
- กิจการนิรภัยการบินมีการเปลี่ยนแปลงให้เข้ามาอยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของกองนิรภัยการบินเป็นครั้งแรก แต่ยังคงขึ้นตรงกับกองบินยุทธการ
- ในช่วงเวลานี้ การดำเนินกิจกรรมด้านนิรภัยการบินยังไม่เป็นรูปธรรมมากนัก ส่วนใหญ่แล้วเมื่ออากาศยานเกิดอุบัติเหตุขึ้น ผู้บังคับบัญชาจะเน้นในเรื่องของการลงโทษลงทัณฑ์กับผู้ที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ ทำให้การแก้ไขและป้องกันอุบัติเหตุยังคงไม่ได้ผลเท่าที่ควร

ปีพุทธศักราช ๒๕๒๒
- กองทัพอากาศมีการปรับโครงสร้างใหม่อีกครั้งหนึ่ง กองบินยุทธการได้ถูกยกเลิก ทำให้กองยุทธการเปลี่ยนไปขึ้นตรงต่อกรมยุทธการทหารอากาศ และมีข้อมูลจากการศึกษาดูงานที่สหรัฐอเมริกา พบว่าหน่วย Safety Center อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Directorate of General Inspection ดังนั้น กองนิรภัยการบิน จึงถูกย้ายมาขึ้นตรงกับกรมจเรทหารอากาศ
- การย้ายมาขึ้นตรงกับกรมจเรทหารอากาศนั้น มีผลเสียประการหนึ่งที่สำคัญ คือ เมื่อเกิดอากาศยานอุบัติเหตุขึ้น หน่วยบินและผู้เกี่ยวข้องมักไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลสาเหตุอากาศยานอุบัติเหตุ ที่แท้จริงในการนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุเพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางในการป้องกันอุบัติเหตุ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในกรมจเรทหารอากาศมักจะถูกมองว่าเป็นผู้ที่ตรวจสอบความผิดพลาดของหน่วย และนำข้อมูลไปรายงานผู้บังคับบัญชาชั้นสูง เพื่อลงโทษผู้ทำผิดระเบียบหรือผิดวินัยการบิน ซึ่งทำให้การป้องกันอากาศยานอุบัติเหตุได้ผลในลักษณะของการป้องปรามมิให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างเท่านั้น
ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙
- กองทัพอากาศมีการปรับโครงสร้างใหม่ ตามอัตรา ทอ.๓๙ โดยกองนิรภัยการบินยังคงเป็นหน่วยขึ้นตรงของกรมจเรทหารอากาศ แต่กิจการนิรภัยการบินได้มีการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน โดยส่งเจ้าหน้าที่กองนิรภัยการบิน ไปศึกษาอบรมวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับงานนิรภัยการบินจากต่างประเทศมากขึ้น เช่น หลักสูตรการบริหารทรัพยากรการบิน จิตวิทยาการบิน การสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ ความปลอดภัยด้านการบิน(Aviation Safety) ในระดับปริญญาโท-เอก รวมทั้งหลักสูตรระบบการจัดการความปลอดภัย (Safety Management System) เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการป้องกันและแก้ไขความผิดพลาดของนักบินและเจ้าหน้าที่สนับสนุนการบินที่ค้นพบว่าเป็นสาเหตุหลักในการเกิดอากาศยานอุบัติเหตุ
- กลุ่มบุคคลเหล่านั้น ได้นำวิทยาการทั้งด้านการศึกษาอบรมมาถ่ายทอด ให้ความรู้ และทำความเข้าใจกับหน่วยทั้งภาคการป้องกันและภาคการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ จนเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบินในระดับหนึ่ง ทั้งในและนอกกองทัพอากาศ ตลอดจนมีความเชื่อมั่นและมีทัศนคติที่ดีกว่าเดิมในการให้ความร่วมมือ และให้ความช่วยเหลือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น
                                                               
หลักสูตร Aircraft Accident Investigation Course, UK
ปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ ถึงปีพุทธศักราช ๒๕๕๒
- กองทัพอากาศได้มีคำสั่ง ทอ.(เฉพาะ) ที่ ๒๒๓/๕๐ ใช้อัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๑๘๐๓ จัดตั้งสำนักงานนิรภัยทหารอากาศ (เพื่อพลาง) เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านนิรภัยของกองทัพอากาศ เป็นไปด้วยความเหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจในการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย ป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียชีวิตทรัพย์สิน และงบประมาณของทางราชการ
​- มีการปรับโครงสร้างใหม่ตามพระราชกฤษฎีกาการแบ่งส่วนราชการ การกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพอากาศ และการจัดอัตรา ทอ.๕๒ ได้มีการยกระดับกิจการด้านนิรภัยทั้งการบินและภาคพื้นเป็นหน่วยงานระดับกรมขึ้นตรงต่อกองทัพอากาศ โดยใช้ชื่อว่า “สำนักงานนิรภัยทหารอากาศ”
​- นอกจากนี้ การดำเนินงานด้านนิรภัยในลักษณะดังกล่าว มีรูปแบบที่สอดคล้องกันกับกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา
สำนักงานนิรภัยทหารอากาศ ในปัจจุบัน
มีหน้าที่ ดำเนินการด้านการนิรภัยการบิน และการนิรภัยภาคพื้น ตามมาตรฐานของกองทัพอากาศและมาตรฐานสากล กับมีหน้าที่จัดการความรู้ ควบคุม ประเมินผล และการตรวจตรากิจการในสายวิทยาการ
ด้านการนิรภัย มีผู้อำนวยการสำนักงานนิรภัยทหารอากาศ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

ผู้บังคับบัญชาสำนักงานนิรภัยทหารอากาศ
​มุ่งมั่นในการเสาะแสวงหา แลกเปลี่ยน และเรียนรู้แนวทางในการดำเนินการด้านนิรภัยการบินตามมาตรฐานสากล ทั้งจากกองทัพอากาศชั้นนำในต่างประเทศ รวมทั้งสถาบันและองค์กรพลเรือนชั้นนำ 
เพื่อนำมาปรับปรุง และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับภารกิจการบินของกองทัพอากาศเพื่อลดการบาดเจ็บและการสูญเสียชีวิตบุคลากรด้านการบินที่มีคุณค่า รวมทั้งพิทักษ์ักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของชาติที่มีมูลค่าสูง
ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและมีความพร้อมรบในการปกป้องราชอาณาจักรไทย โดยมีเป้าหมายสูงสุดด้านนิรภัยการบิน เพื่อให้ “อัตราอากาศยานอุบัติเหตุของกองทัพอากาศลดลงเข้าสู่ศูนย์”
​​​
​ปีพุทธศักราช 2552 ถึงปีงบประมาณ 2563 ในช่วงเวลานี้ สำนักงานนิรภัยทหารอากาศ ได้มุ่งเน้นการนำนโยบายจากผู้บังคับบัญชาชั้นสูงมาเป็นกรอบและแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านนิรภัยการบิน เพื่อการป้องกันอากาศยานอุบัติเหตุเชิงรุก โดยเน้นการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย การมีส่วนร่วมในงานนิรภัยการบิน มาประยุกต์ใช้กับระบบการจัดการความปลอดภัยด้านนิรภัยการบินตามแบบอย่างมาตรฐานสากลในหลายด้าน เช่น
- การจัดทีมผู้บรรยาย (Mobile Team) ด้านนิรภัยการบิน เดินทางไปให้การบรรยายวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Errors) และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ ศิษย์การบินและครูการบิน ที่โรงเรียนการบิน กำแพงแสน และหน่วยบินต่าง ๆ ของกองทัพอากาศ บรรยายให้กับหน่วยบินของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองบินตำรวจที่มีความสนใจและต้องการแก้ไขอุบัติเหตุจากความผิดพลาดของมนุษย์ รวมทั้งจัดการอบรมร่วมกับชุดฝึกอบรมเคลื่อนที่จากกรมนิรภัยการบิน กองทัพออสเตรเลียและนิรภัยกองทัพอากาศ ออสเตรเลีย (Directorate of Defence Aviation and Air Force Safety, Australia : DDAAFS) เพื่อให้ความรู้กับนายทหารนิรภัย ในการสร้างวิทยากรการบริหารทรัพยากรบุคคลด้านการบินให้กับกองทัพอากาศ
                                                         
​​- การรณรงค์ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยบิน จะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมและให้ความสำคัญกับงานนิรภัยการบิน โดยจัดโครงการอบรม/ประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วยบิน เพื่อเน้นย้ำความเข้าใจและบทบาทของผู้กำกับดูแลงานด้านนิรภัยการบินการรักษาวินัยการบิน การให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุงและงานสนับสนุนการบินอื่น ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานและเล็งเห็นความสำคัญในการปฏิบัติตามขั้นตอนตามเอกสารเทคนิคกำหนดอย่างเคร่งครัด
- การริเริ่มจัดทำโครงการ Safety Day และ CRM เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภารกิจของหน่วยบินได้หยุดปฏิบัติการบินชั่วคราวแล้วใช้เวลาดังกล่าวแบ่งเวลามาพบปะ พูดคุย และ
ปฏิสัมพันธ์ เพื่อแลกเปลี่ยนในเรื่องที่เกี่ยวกับเนื้อหาสาระนิรภัยการบิน ทบทวนบทเรียนจากอากาศยานอุบัติเหตุ วิชาการที่เกี่ยวข้อง นำเสนอข้อขัดข้องและแนวทางการแก้ไข ร่วมกันวางแผนการจัดการความ
เสี่ยงในการปฏิบัติภารกิจการบินล่วงหน้าให้เกิดความปลอดภัย รวมทั้งอาจมีการแข่งขันกีฬา หรือทำกิจกรรมนันทนาการร่วมกันตามความสะดวกและเหมาะสม
​- การประชุมคณะกรรมการบริหารนิรภัยการบินระดับกองทัพอากาศ โดยให้หน่วยบินนำเสนอการจัดการความเสี่ยงในการปฏิบัติภารกิจการบินข้อขัดข้อง และการซ่อมบำรุง ล่วงหน้า ๒ เดือน (เริ่มในปีงบประมาณ ๖๒) เพื่อให้หน่วยบินวิเคราะห์แนวโน้มและสำรวจสภาพอันตรายต่าง ๆ ของหน่วยเองรวมทั้งสามารถจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
​นอกจากนี้ สำนักงานนิรภัยทหารอากาศได้ส่งข้าราชการ และนายทหารนิรภัยการบินจากหน่วยบินต่าง ๆ ไปศึกษาวิทยาการด้านนิรภัยการบินเพิ่มเติม ณ มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาด้านการบินในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐฝรั่งเศส เครือรัฐออสเตรเลีย สหพันธรัฐมาเลเซีย และสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นต้น เพื่อนำมาถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ในการดำเนินการด้านนิรภัยการบินของกองทัพอากาศและของหน่วยบินเอง ทั้งในด้านการป้องกันและการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ รวมทั้งเริ่มนำระบบการจัดการความปลอดภัย (Safety Management System) มาปรับใช้และขยายผลไปสู่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาและคำนึงถึงความเหมาะสมกับภารกิจการบิน ทรัพยากรของกองทัพอากาศ และตั้งอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัย
​การประชุม/สัมมนาแลกเปลี่ยนการเยือนทางวิชาการกับสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐอินเดีย ประเทศญี่ปุ่น และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อยกระดับและส่งเสริมความร่วมมือในงานนิรภัยการบินกับประเทศชั้นนำอีกด้วย
​ซึ่งมาตรการที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นนั้น ทำให้กิจการด้านนิรภัยการบินได้รับการยอมรับและเกิดความร่วมมือจากหน่วยบินและผู้ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันอุบัติเหตุมากขึ้น ส่งผลให้อัตราอากาศยานอุบัติเหตุลดลงเหลือ 1 - 3 ราย อย่างต่อเนื่อง (ปีงบประมาณ 2558 เปลี่ยนจากการนับสถิติอากาศยานอุบัติเหตุ แบบปีปฏิทินไปเป็นการนับแบบปีงบประมาณ)
ปีงบประมาณ 2564
ในปีงบประมาณ 2564 สำนักงานนิรภัยทหารอากาศ ได้นำสถิติและผลสัมฤทธิ์จากมาตรการและการดำเนินงานในปีงบประมาณที่ผ่านมา ใช้ประกอบการวิเคราะห์หาจุดอ่อนและข้อบกพร่อง รวมทั้งรวบรวมและตีแผ่สาเหตุ/องค์ประกอบสาเหตุจากบทเรียนของอากาศยานอุบัติเหตุในอดีต มาปรับแต่งมาตรการป้องกันอุบัติเหตุให้สอดรับกับนโยบายนิรภัยการบินของกองทัพอากาศ และการปฏิบัติภารกิจการบินทั้งในภาพรวม และลงรายละเอียดแนวโน้มหรือสภาพอันตรายของแต่ละหน่วยบิน เพื่อใช้ในการวางแผนงานขับเคลื่อนมาตรการป้องกันอากาศยานอุบัติเหตุเชิงรุกล่วงหน้า 1 ปี อาทิเช่น
- การประชุมเชิงปฏิบัติการนิรภัยการบิน เพื่อพูดคุย พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อขัดข้องกับน้อง ๆ ที่เข้ารับตำแหน่งนายทหารนิรภัยการบินของหน่วยบิน ทำความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และแนวทางการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันอากาศอุบัติเหตุร่วมกัน โดยมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกให้แก่บุคลากรด้านการบินและนำไปปฏิบัติให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยของหน่วยบิน
​- การประชุมคณะกรรมการบริหารนิรภัยการบินกองทัพอากาศ โดยให้หน่วยบินนำเสนอ สถิติอากาศยานอุบัติเหตุ/อุบัติการณ์ เหตุการณ์อากาศยานอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นกับอากาศยานในสังกัดของหน่วยบินพร้อมทั้งการแก้ไขเบื้องต้น การจัดการความเสี่ยงในการปฏิบัติภารกิจการบิน ข้อขัดข้อง สภาพอากาศอันตราย เพื่อให้หน่วยวิเคราะห์แนวโน้มและสำรวจสภาพอันตรายต่าง ๆ ของหน่วยเอง และสามารถจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น ทำให้สำนักงานนิรภัยทหารอากาศสามารถติดตามกิจกรรมด้านนิรภัยการบินของหน่วยบิน และสามารถให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องต่าง ๆ ที่เกินขีดความสามารถของหน่วยได้อย่างรวดเร็ว
​- การอบรมเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยของกองทัพอากาศตามโครงการ RTAF Safety Day และ CRM อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำการให้ความรู้ในเรื่องความผิดพลาดด้านมนุษยปัจจัย เนื่องจากการมีข้อจำกัดตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ในการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) การสับเปลี่ยน การปฏิบัติงานแบบออนไลน์ และการลดกำลังพลในการปฏิบัติงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการตกลงทำความเข้าใจในการปฏิบัติการบิน รวมทั้งการส่งต่องานในการซ่อมบำรุงและงานการสนับสนุนการบินอื่น ๆ
​- การตรวจเยี่ยมของฝ่ายอำนวยการนิรภัยการบิน และติดตามข้อขัดข้องของหน่วยบินอย่างต่อเนื่อง ทั้งแบบปกติและแบบออนไลน์ เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติงานยังคงเป็นไปตามมาตรฐานนิรภัยการบิน และรับทราบปัญหาข้อขัดข้องในการดำเนินกิจกรรมด้านนิรภัยการบิน เพื่อช่วยเหลือ แนะนำแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมในการป้องกันอากาศยานอุบัติเหตุ

​- ส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยบินจัดทำการประเมินความเสี่ยงในทุกภารกิจการปฏิบัติการบิน ทั้งแบบเอกสารและผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้นักบินตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในการปฏิบัติการบินและสามารถจัดการความเสี่ยงดังกล่าวให้ลดลงในระดับที่ปลอดภัย

​- รณรงค์และส่งเสริมการเขียนและการรายงานอันตรายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการแก้ไข รวมทั้งนำข้อมูลรายงานอันตรายมาวิเคราะห์ เพื่อให้ทราบแนวโน้มของความเสี่ยง และให้คำแนะนำหน่วยบินในการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน
​​- จัดโครงการอบรมพัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติงานสนับสนุนการบิน ปี 64 เพื่อสร้างเสริมทัศนคติความปลอดภัยในการปฏิบัติงานสนับสนุนการบิน โดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนจากความผิดพลาดในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา รวมทั้งร่วมกันกำหนดแนวทางในการแก้ไข
​- รณรงค์ให้ผู้ปฏิบัติงานในการซ่อมบำรุง ตระหนักถึงความสำคัญในการซ่อมบำรุงอากาศยาน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการถอดบทเรียนของความผิดพลาดในการซ่อมบำรุง และผลเสียที่เกิดขึ้นจากการละเลยหรือข้ามขั้นตอนการปฏิบัติตามเอกสารเทคนิคที่กำหนด
​- เผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ด้านนิรภัยการบิน เพื่อแจ้งเตือนแนวโน้มอันตรายล่วงหน้าทั้งด้านการปฏิบัติภารกิจการบิน การซ่อมบำรุง และสภาพแวดล้อม โดยแจ้งให้หน่วยบินกำหนดผู้รับผิดชอบและสื่อสารให้ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน ทั้งช่องทางปกติและการใช้สื่อประชาสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์
ตัวอย่าง Infographic การกระจายข่าวเพื่อป้องกันอากาศยานอุบัติเหตุ
​- สำรวจตรวจสอบสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อการบิน โดยการประชุมร่วมกับนายทหารนิรภัยการบินของหน่วยบินผ่านระบบออนไลน์ เพื่อร่วมกันวิเคราะห์สภาพอันตรายต่าง ๆ ในการปฏิบัติภารกิจการบิน และร่วมกันเตรียมการ แก้ไขสภาพแวดล้อมที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการบินล่วงหน้า
​- จัดตั้งกลุ่ม Line “นภบ.64 (Safety Team)” เพื่อให้ทีมงานกองนิรภัยการบิน สามารถส่งข้อมูลข่าวสารการแจ้งเตือนสภาพอันตราย ทางช่องทางการสื่อสาร On Line ในการฝึกบินต่าง ๆ และให้คำแนะนำมาตรการในการจัดการความเสี่ยงเพื่อการป้องกันอากาศอุบัติเหตุล่วงหน้า การแจ้งข่าวอากาศยานอุบัติการณ์และบทเรียนอากาศยานอุบัติเหตุ การร่วมกันแก้ไขข้อขัดข้องในการดำเนินงานด้านนิรภัยการบิน งานประชุม และงานสนับสนุนการบินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทีมงานน้อง ๆ นายทหารนิรภัยการบินของหน่วยบินส่งผลให้การติดต่อประสานและการแก้ไขเป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
Safety Team ของหน่วยบิน ปีงบประมาณ 64

​ซึ่งจากการดำเนินงานต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 64 นี้ จำนวนและอัตราอากาศยานอุบัติเหตุของกองทัพอากาศ มีค่าเป็นศูนย์ เป็นครั้งแรกในรอบ 55 ปี นับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการในปีพุทธศักราช 2510

อ้างอิง: Safety Information VOL.27 NO.129,2022